search
 
-A +A
www.asetplus.co.th หน้าแรก เว็บบอร์ด VDO Media เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา    






















Asetplus โซลาร์เซลล์ ( Solar Cell )

โซลาร์เซลล์(Solar Cell) คือ สิ่งประดิษฐ์กรรมทางอิเลคทรอนิกส์ ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นอุปกรณ์สำหรับเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้า โดยการนำสารกึ่งตัวนำ เช่น ซิลิกอน ซึ่งมีราคาถูกที่สุดและมีมากที่สุดบนพื้นโลกมาผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เพื่อผลิตให้เป็นแผ่นบางบริสุทธิ์ และทันทีที่แสงตกกระทบบนแผ่นเซลล์ รังสีของแสงที่มีอนุภาคของพลังงานประกอบที่เรียกว่า โฟตอน (Proton) จะถ่ายเทพลังงานให้กับอิเล็กตรอน (Electron) ในสารกึ่งตัวนำจนมีพลังงานมากพอที่จะกระโดดออกมาจากแรงดึงดูดของอะตอม (Atom) และเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระ ดังนั้นเมื่ออิเล็กตรอนเคลื่อนที่ครบวงจรจะทำให้เกิดไฟฟ้ากระแสตรงขึ้น เมื่อพิจารณาลักษณะการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์พบว่า โซลาร์เซลล์จะมีประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าสูงที่สุดในช่วงเวลากลางวัน ซึ่งสอดคล้องและเหมาะสมในการนำโซลาเซลล์มาใช้ผลิตไฟฟ้า เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนพลังงานไฟฟ้าในช่วงเวลากลางคืน


 

 

จุดเด่นของการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์

  • ไม่มีชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวในขณะใช้งาน จึงทำให้ไม่มีมลภาวะทางเสียง

  • ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะเป็นพิษจากขบวนการผลิตไฟฟ้า

  • มีการบำรุงรักษาน้อยมากและใช้งานแบบอัตโนมัติได้ง่าย

  • ประสิทธิภาพคงที่ไม่ขึ้นกับขนาด

  • สามารถผลิตเป็นแผงขนาดต่างๆ ได้ง่าย ทำให้สามารถผลิตได้ปริมาณมาก

  • ผลิตไฟฟ้าได้แม้มีแสงแดดอ่อนหรือมีเมฆ

  • เป็นการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ที่ได้มาฟรีและมีไม่สิ้นสุด

  • ผลิตไฟฟ้าได้ทุกมุมโลกแม้บนเกาะเล็กๆ กลางทะเล บนยอดเขาสูง และในอวกาศ

  • ได้พลังงานไฟฟ้าโดยตรงซึ่งเป็นพลังงานที่นำมาใช้ได้สะดวกที่สุด


 

ประเภทของโซลาร์เซลล์ โซลาร์เซลล์ที่นิยมใช้กันอยู่ในปัจจุบัน
กลุ่มโซลาร์เซลล์ที่ทำจากสารกึ่งตัวนำประเภทซิลิคอนจะแบ่งตามลักษณะของผลึกที่เกิดขึ้น คือ แบบที่เป็นรูปผลึก (Crystal) และแบบที่ไม่เป็นรูปผลึก (Amorphous) แบบที่เป็นรูปผลึก จะแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ
1. ชนิดผลึกเดี่ยวซิลิคอน ( Single Crystalline Silicon Solar Cell ) หลักการผลิตโซลาร์เซลล์ แบบผลึกเดี่ยว (Single Crystalline ) การผลิตโซลาร์เซลล์ แบบผลึกเดี่ยว ( Single Crystalline ) หรือที่รู้จักกันในชื่อ Mono-Crystalline การเตรียมสารซิลิคอนชนิดนี้ เริ่มต้นจากนำสารซิลิคอนซึ่งผ่านการทำให้เป็นก้อนที่มีความบริสุทธิ์สูงมาก (99.999%) มาหลอมละลายในเตา Induction Furnace ที่อุณหภูมิสูงถึง 1,500 องศาเซลเซียส เพื่อทำการสร้างแท่งผลึกเดี่ยวขนาดใหญ่ (เส้นผ่านศูนย์กลาง 6-8 นิ้ว) พร้อมกับใส่สารเจือปน Boron เพื่อทำให้เกิด P-type แล้วทำให้เกิดการเย็นตัวจับตัวกันเป็นผลึกด้วย Seed ซึ่งจะตกผลึกมีขนาดหน้าตัดใหญ่ แล้วค่อยๆ ดึงแท่งผลึกนี้ขึ้นจากเตาหลอม ด้วยเทคโนโลยีการดึงผลึกจะได้แท่งผลึกยาวเป็นรูปทรงกระบอก คุณภาพของผลึกเดี่ยวจะสำคัญมากต่อคุณสมบัติของโซลาร์เซลล์ จากนั้นนำแท่งผลึกมาตัดให้เป็นแผ่นบาง ๆ ด้วยลวดตัดเพชร (Wire Cut) เรียกว่า เวเฟอร์ ซึ่งจะได้แผ่นผลึกมีความหนาประมาณ 300 ไมโครเมตร และขัดความเรียบของผิว จากนั้นก็จะนำไปเจือสารที่จำเป็นในการทำให้เกิดเป็น p-n junction ขึ้นบนแผ่นเวเฟอร์ ด้วยวิธีการ Diffusion ที่อุณหภูมิระดับ 1,000 องศาเซลเซียสจากนั้นนำไปทำขั้วไฟฟ้าเพื่อนำกระแสไฟออกใช้ที่ผิวบนจะเป็นขั้วลบ ส่วนผิวล่างเป็นขั้วบวก ขั้นตอนสุดท้ายจะเป็นการเคลือบฟิล์มผิวหน้าเพื่อป้องกันการสะท้อนแสงให้น้อยที่สุด ตอนนี้จะได้เซลล์ที่พร้อมใช้งาน หลังจากนั้นก็นำไปประกอบเข้าแผงโดยใช้กระจกเป็นเกราะป้องกันแผ่นเซลล์ และใช้ซิลิโคน และ อีวีเอ (Ethelele Vinyl Acetate) ช่วยป้องกันความชื้น ในการใช้งานจริงเราจะนำเซลล์แต่ละเซลล์มาต่ออนุกรมกันเพื่อเพิ่มแรงเคลื่อนไฟฟ้าให้ได้ตามต้องการ


 

 

ข้อดีของชนิดผลึกเดี่ยวซิลิคอน (Single Crystalline Silicon Solar Cell)
1.
มีอายุการใช้งานยาวนานที่สุด 25 ปีขึ้นไป
2.เก็บรับสีแสงอาทิตย์ได้มากกว่าโพลี
3.ผลิตไฟฟ้าได้มากกว่า ชนิด โพลี เมื่ออยู่ในภาวะแสงน้อย
4.ซิลิคอนเกรดดีที่สุดมีประสิทธิภาพ 15-20 %

ข้อเสียของชนิดผลึกเดี่ยวซิลิคอน (Single Crystalline Silicon Solar Cell)
1.
มีราคาแพงกว่าโพลี
2. ถ้ามีความสกปรกหรือถูกบังแสงในบางส่วนของแผงอาจทำให้ inverter ไหม้ได้ อาจจะทำให้โวลต์สูงเกินไป 
3.ถ้าแดดอ่อนโมโนจะไม่ผลิตกระแสไฟฟ้า


 

2. ชนิดผลึกรวมซิลิคอน ( Poly Crystalline Silicon Solar Cell )แบบที่ไม่เป็นรูปผลึก คือ ชนิดฟิล์มบางอะมอร์ฟัสซิลิคอน ( Amorphous Silicon Solar Cell )

หลักการผลิตโซลาร์เซลล์ แบบผลึกรวม ( Poly Crystalline )การผลิตโซลาร์เซลล์โดยวิธีนี้ จะมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าวิธีแรก คือการทำแผ่นเซลล์ จะใช้วิธีการหลอมสารซิลิคอนให้ละลายพร้อมกับใส่สารเจือปน Boron เพื่อทำให้เกิด P-type แล้วเทลงในแบบพิมพ์ เมื่อสารละลายซิลิคอนแข็งตัวก็จะได้เป็นแท่งซิลิคอนแบบผลึกรวม (ตกผลึกไม่พร้อมกัน) จากนั้นนำไปตัดเป็นแผ่นเช่นเดียวกับแบบผลึกเดี่ยว ความแตกต่างระหว่างแบบผลึกเดี่ยวและแบบผลึกรวมสังเกตได้จากผิวผลึก ถ้ามีโทนสีที่แตกต่างกันซึ่งเกิดจากผลึกเล็กหลายผลึกในแผ่นเซลล์จะเป็นแบบผลึกรวม ในขณะที่แบบผลึกเดี่ยวจะเห็นเป็นผลึกเนื้อเดียว คือ มีสีเดียวตลอดทั้งแผ่น ส่วนกรรมวิธีการผลิตเซลล์ที่เหลือจะเหมือนกัน โซลาร์เซลล์แบบผลึกรวม (Poly Crystalline) จะให้ประสิทธิภาพต่ำกว่าแบบผลึกเดี่ยว ประมาณ 2-3 % อย่างไรก็ตามเซลล์ทั้ง 2 ชนิด มีข้อเสียในการผลิต คือ แตกหักง่ายเช่นกัน

ข้อดีของโซลาร์เซลล์ แบบผลึกรวม ( Poly Crystalline )
1.
มีราคาถูกกว่าโมโน บางครั้งติดตั้ง โพลี อาจมีความคุ้มค่ามากกว่าโมโน
2. แดดมากหรืออ่อนก็ผลิตกระแสไฟฟ้าได้เรื่อยๆ
3. มีประสิทธิภาพในการใช้งานที่อุณหภูมิ สูง ดีกว่า ชนิดโมโน เล็กน้อย

ข้อเสียของโซลาร์เซลล์ แบบผลึกรวม ( Poly Crystalline ) 
1.
มีประสิทธิภาพต่อพื้นที่ต่ำกว่า ชนิดโมโน
2. อาจดูไม่สวยงาม เทียบกับ ชนิดโมโน
3. มีประสิทธิภาพเฉลี่ย 13-16%


 

 

 


 
| หน้าแรก | เว็บบอร์ด | VDO Media | เกี่ยวกับเรา | ติดต่อเรา  
  ©Copyright 2002-2017 All rights reserved.
บริษัท เอเซ็ทพลัส (ไทยแลนด์) จำกัด สำนักงานใหญ่
109/78 หมู่10 ต.บางกร่าง อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
Tel : 021014844 , 0863154242 , 0610961433 Fax: 021014843
Email : admin@asetplus.co.th
 
  Web hosting | Website เว็บไซต์สำเร็จรูป by Ninenic
shopify stats