search
 
-A +A
www.asetplus.co.th หน้าแรก เว็บบอร์ด VDO Media เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา    






















อยากประหยัดไฟ! ติด "โซลาร์รูฟท็อป" (Solar Rooftop) จะดีไหม?

เดี๋ยวนี้อากาศเปลี่ยนแปลงเร็วมากครับ ในหลายๆ พื้นที่ตอนนี้คงกำลังเริ่มเข้าสู่หน้าร้อนกันบ้างแล้ว ยิ่งอากาศร้อนก็ยิ่งทำให้ในแต่ละวันเราต้องใช้ไฟฟ้าที่ผลิตจากเชื้อเพลิงมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ในประเทศต่างๆ ที่มีแสงแดดจัดจึงได้มีการนำพลังงานแสงอาทิตย์มาผลิตเป็นกระแสไฟฟ้า ที่เรียกว่า เซลล์แสงอาทิตย์ (Solar Cell) เพื่อทดแทนการผลิตไฟฟ้าในรูปแบบเดิม โดยผลักดันให้มีการนำ Solar Cell มาติดตั้งบนหลังคาบ้านที่อยู่อาศัย และบนอาคารต่าง ๆ หรือที่มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า "โซลาร์รูฟท็อป" (Solar Rooftop) เพื่อให้บ้านทุกหลังที่ติดตั้งได้ทำการผลิตไฟฟ้าไว้ใช้เองในเวลากลางวัน เป็นการประหยัดไฟฟ้าและลดภาวะโลกร้อนไปด้วย อีกทั้งยังมีการส่งเสริมให้นำไฟฟ้าที่เหลือส่งต่อขายให้กับหน่วยงานของรัฐอีกด้วยครับ
สำหรับประเทศไทยของเรา เวลานี้โซลาร์รูฟท็อปกำลังเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเช่นกันครับ วันนี้ ทีมงาน Checkraka.com จะขอพาทุกคนไปหาคำตอบด้วยกันว่า "โซลาร์รูฟท็อป" นั้น มีข้อดีอย่างไร เหตุใดทั่วโลกถึงได้ผลักดันให้นำขบวนการผลิตไฟฟ้าในรูปแบบดังกล่าวมาใช้งาน รวมไปถึงหากมีท่านใดที่สนใจ จะมีหน่วยงานใดรับติดตั้งให้หรือเปล่า? เราไปหาคำตอบเหล่านี้ด้วยกันเลยครับ
โซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) คืออะไร?
โซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) คือ ระบบผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคาบ้านที่อยู่อาศัย หรือบนอาคารต่างๆ โดยมีวัตถุประสงค์ที่สามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองได้ หรือส่งขายไฟฟ้าในราคาพิเศษคืนให้กับหน่วยงานของรัฐ ตามมาตรการการส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ของกระทรวงพลังงาน (คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม)

 

ตัวอย่างโซลาร์รูฟท็อปที่ติดตั้งอยู่บนหลังคาบ้าน
โดยหลักการทำงานของโซลาร์รูฟท็อปนั้น จะมีแผงเซลล์แสงอาทิตย์ (Solar Module) คอยรับพลังงานจากแสงอาทิตย์ แล้วแปรเปลี่ยนให้เป็นไฟฟ้ากระแสตรง เพื่อส่งต่อไปยังเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้า (Inverter) ชนิดเชื่อมต่อกับสายส่ง แล้วแปลงไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ให้เป็นไฟกระแสสลับสำหรับการใช้งาน โดยที่จะมีตู้ควบคุมระบบไฟฟ้า (MDB) ทำหน้าที่ในการควบคุมและจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ภายในบ้าน จึงทำให้เราได้กระแสไฟฟ้าที่พร้อมใช้งานให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้านได้ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็น ทีวี พัดลม ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ ฯลฯ

 

ภาพแสดงหลักการทำงานของโซลาร์รูฟท็อป
การใช้ไฟฟ้าจาก "โซลาร์รูฟท็อป" ในบางประเทศเป็นเรื่องปกติไปแล้ว
จากกระแสการตื่นตัวกับสภาวะโลกร้อน และลดภาระจากการใช้เชื้อเพลิง "โซล่าร์รูฟท็อป" จึงได้รับความนิยมจากนานาประเทศมาอย่างยาวนาน เพราะนอกจากจะเป็นพลังงานที่สามารถนำมาหมุนเวียนผลิตไฟฟ้าได้ต่อเนื่องไม่มีวันหมดแล้ว ยังไม่ก่อให้เกิดมลภาวะใดๆ ที่ส่งผลเสียต่อโลกอีกด้วย คราวนี้เราลองมาดูกันครับว่า มีประเทศไหนบ้างที่มีการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป และแต่ละประเทศสามารถผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้งานได้ทั้งหมดเท่าไหร่?

 

เมืองมาสดาร์ ซิตี้ (Masdar City) ณ กรุงอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี)
"มาสดาร์ ซิตี้ (Masdar City)" เมืองพลังงานหมุนเวียนแห่งอนาคต ตั้งอยู่แถบชานกรุงอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) อาคารทั้งหมดในเมืองนี้ใช้ไฟฟ้าจากแผงโซลาร์รูฟท็อปที่ติดตั้งบนหลังคาอาคารเป็นพลังงานไฟฟ้าหลัก โดยทั้งโครงการนี้ได้วางเป้าให้เปิดตัวเต็มรูปแบบภายในปี ค.ศ. 2016 เพื่อรองรับการอยู่อาศัยของประชากรราว 40,000 คน และอีก 50,000 คน ที่คาดว่าจะเดินทางเข้าออกเมืองในแต่ละวัน เรียกว่าเป็นเมืองต้นแบบให้กับเมืองอื่นๆ ของโลกเลยครับ

 

ชุมชนพลังงานแสงอาทิตย์ ณ เมืองไฟร์บวร์ก ประเทศเยอรมนี
เมืองไฟร์บวร์ก (Freiburg) ประเทศเยอรมนี ได้มีการจัดตั้ง "Solar Settlement" หรือ "ชุมชนพลังงานแสงอาทิตย์ต้นแบบ" โดยอาคารทุกหลังมีการติดตั้งแผงโซลาร์รูฟท็อป ไว้บนหลังคาเพื่อผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้า ทำให้ชุมชนแห่งนี้สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ถึง 420,000 กิโลวัตต์/ชั่วโมง และคิดเป็นพลังงานที่ส่งออกสูงสุดต่อปีถึง 445 กิโลวัตต์ เมื่อคำนวณแล้วจะเห็นได้ว่าชุมชนแห่งนี้สามารถลดการใช้พลังงาน เมื่อเทียบกับน้ำมันถึง 200,000 ลิตร และลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 500 ตัน

 

การติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปในประเทศญี่ปุ่น
ประเทศญี่ปุ่น ประชาชนต่างให้ความร่วมมือในการหันมาใช้พลังงานแสงอาทิตย์ทดแทนพลังงานนิวเคลียร์แบบเดิม ซึ่งผลจากการร่วมมือกันพบว่าสามารถผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นถึง 4,000 เมกะวัตต์ เทียบเท่ากับเตาปฏิกรณ์ไฟฟ้านิวเคลียร์ถึง 4 โรง อีกทั้งรัฐบาลยังมีนโยบายในการรับซื้อไฟฟ้าจากบ้านของประชาชนในราคาสูงที่กว่าไฟฟ้าที่ผลิตจากก๊าซธรรมชาติถึง 3 เท่าเลยทีเดียว
"โซลาร์รูฟท็อป" เหมาะสำหรับประเทศไทยของเราหรือไม่ ?
สำหรับประเทศไทยของเราเองนั้น ลักษณะภูมิประเทศตั้งอยู่ในโซนที่มีความเข้มของแสงอาทิตย์ที่ค่อนข้างสม่ำเสมอตลอดทั้งปี จึงเหมาะกับการนำพลังงานแสงอาทิตย์มาผลิตไฟฟ้าเป็นอย่างมากครับ ตัวอย่างเช่น โครงการ Green Canal เขาใหญ่ ที่ว่ากันว่าเป็นโครงการแรกในประเทศไทยที่นำโซลาร์รูฟท็อปมาใช้ในการผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้บริหารส่วนกลางของโครงการ
ด้วยเหตุนี้ทางรัฐบาลของไทยจึงได้ผลักดันให้มีการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปได้อย่างเสรี เพื่อให้ประชาชนสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าใช้เอง ลดการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิง และนำพลังงานที่เหลือไปจำหน่ายให้แก่รัฐเพื่อสร้างรายได้ให้แก่ครัวเรือน โดยมีการตั้งเป้าไว้ว่า ในช่วง 5 ปีแรก (ระหว่างปี 2558 - 2563) ประเทศไทยจะสามารถติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป สำหรับบ้านอยู่อาศัย ขนาดไม่เกิน 10 กิโลวัตต์ ประมาณ 1 แสนครัวเรือน สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 500 เมกะวัตต์ และในอนาคตอีก 20 ปีข้างหน้า จะขยายการติดตั้งเพิ่มขึ้นอีก 1 ล้านชุด ซึ่งก็จะทำให้มีกำลังในการผลิตไฟฟ้าไม่ต่ำกว่า 5,000 เมกะวัตต์
ติดแล้วดีอย่างไร? คุ้มหรือไม่กับการติดตั้ง?

แล้วจะหาซื้อได้ที่ไหน หากสนใจจะมีหน่วยงานใดรับติดตั้งให้หรือเปล่า ?
ปัจจุบัน บริษัท โปรคิวร์เมนต์ เซนเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท วัฒนาสุข เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ผู้ติดตั้งและจัดจำหน่ายระบบพลังงานแสงอาทิตย์ชั้นนำของไทย มีบริการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปที่มาพร้อมกับแผง Solar Cell ที่ได้มาตรฐานในระดับสากล และ Inverter ที่ผ่านการรับรองจากการไฟฟ้านครหลวง (MEA) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ให้เราสามารถเลือกได้ตามแพคเกจ ตามมูลค่าการลงทุน และผลตอบแทนที่ได้รับ 
ตัวอย่างแพคเกจสำหรับการติดตั้ง*
ทั้งนี้ การส่งขายไฟให้กับหน่วยงานของรัฐนั้น เราจำเป็นที่ต้องยื่นแบบคำขอขายไฟฟ้าและต้องเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าตามในระเบียบของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) (คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม) ซึ่งในขณะนี้หน่วยงานของรัฐ อย่างเช่น การไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ได้เปิดให้ยื่นแบบคำขอจำหน่ายไฟฟ้า เฟสที่ 2 ระหว่างวันที่ 9 ก.พ. - 30 มิ.ย. 2558 โดยตั้งราคาการรับซื้อไฟฟ้าที่ผลิตจากโซลาร์รูฟท็อป อยู่ที่ 6.85 บาทต่อหน่วย เป็นระยะเวลา 25 ปี (คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม)
นอกจากนี้แล้ว ในแต่ละแพคเกจยังมีบริการสำรวจพื้นที่ในการติดตั้ง สำรวจความแข็งแรงของโครงสร้างหลังคาในการรับน้ำหนักโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ ให้เรามั่นใจได้เลยว่าจะต้องคุ้มค่า ปลอดภัย ทุกตารางเมตร ทุกพื้นที่บนหลังคา และมีบริการตรวจเช็คระบบโซลาร์รูฟท็อปให้ฟรีในตลอดระยะเวลา 2 ปี นอกจากนี้ยังมีบริการจัดและยื่นเอกสารในการขายไฟฟ้าให้กับทางหน่วยงานของรัฐอีกด้วย
หมายเหตุ
  • การคำนวณปริมาณหน่วยไฟฟ้าที่ผลิตได้ขั้นต่ำ/ปี ใช้สมมติฐานความเข้มแสงอาทิตย์สูงสุดที่ 4 ชม./วัน
  • สมมติฐานการคำนวณการคืนทุนใน 8 ปี เป็นการคำนวณจากกำลังการผลิตที่ 10 KW
  • สมมติฐานคำนวณการประหยัดไฟฟ้าได้ภายใน 25 ปี คำนวณจากอัตราค่าไฟฟ้า 5 บาท/หน่วย และปรับเพิ่มร้อยละ 5 ต่อปี
  • ปริมาณหน่วยไฟฟ้าที่ผลิตได้ขั้นต่ำ/ปี และค่าไฟฟ้าที่ประหยัดได้อาจแตกต่างกันไปตามสภาพแวดล้อมต่างๆ เช่น ภูมิอากาศ,มุมองศา,การถูกบดบัง, พื้นที่ติดตั้ง
ขอบคุณแหล่งที่มา Oknation


 
| หน้าแรก | เว็บบอร์ด | VDO Media | เกี่ยวกับเรา | ติดต่อเรา  
  ©Copyright 2002-2017 All rights reserved.
บริษัท เอเซ็ทพลัส (ไทยแลนด์) จำกัด สำนักงานใหญ่
109/78 หมู่10 ต.บางกร่าง อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
Tel : 021014844 , 0863154242 , 0610961433 Fax: 021014843
Email : admin@asetplus.co.th
 
  Web hosting | Website เว็บไซต์สำเร็จรูป by Ninenic
shopify stats